ดัชนีบทความ
นโยบายเกี่ยวกับการกำกับดูแลกิจการ
หมวดที่ 1 สิทธิของผู้ถือหุ้น
หมวดที่ 2 การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
หมวดที่ 3 บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
หมวดที่ 4 การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส
หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
การกำกับดูแลเรื่องการใช้ข้อมูลภายใน
ทุกหน้า

 

หมวดที่ 5 ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

(1)   โครงสร้างคณะกรรมการ         

คณะกรรมการของบริษัทประกอบด้วยกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจที่เป็นประโยชน์กับบริษัทฯ โดยคณะกรรมการของบริษัทมาจากการแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ประกอบด้วยคณะกรรมการจำนวน 9 คน  โดยเป็นกรรมการอิสระ 4 คน  ทำหน้าที่ประธานกรรมการ 1 คน และกรรมการตรวจสอบ 3 คน ซึ่งกรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 คนเป็นผู้มีความรู้ทางด้านบัญชีเพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินได้ ทั้งนี้บริษัทกำหนดให้อย่างน้อย  1  ใน  3  ของกรรมการทั้งคณะ แต่ต้องไม่น้อยกว่า  3  คน  เป็นกรรมการอิสระ ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของผู้ถือหุ้นส่วนน้อย  โดยปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลการบริหารกิจการต่างๆ ของบริษัทฯ  เพื่อให้ดำเนินไปอย่างถูกต้อง เป็นธรรม และเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้น         ประธานกรรมการบริษัทไม่เป็นบุคคลเดียวกันประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ  เพื่อให้เกิดการถ่วงดุลและการสอบทานการบริหารงาน ทั้งนี้บริษัทฯ ได้กำหนดขอบเขต อำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบของกรรมการบริษัท  กรรมการบริหาร  และกรรมการผู้จัดการอย่างชัดเจน เพื่อมิให้กรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการมีอำนาจบริหารและอนุมัติวงเงินไม่จำกัด

(2)   คณะอนุกรรมการคณะกรรมการ

บริษัท ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการคือ

1. คณะกรรมการบริหาร มีไม่น้อยกว่า 3 คน ซึ่งช่วยให้การปฏิบัติงานเป็นไปโดยคล่องตัวโดยมีขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท

2.  คณะกรรมการตรวจสอบ มีไม่น้อยกว่า 3 คน ทำหน้าที่ตรวจสอบและช่วยในการกำกับดูแลการดำเนินกิจการของบริษัท มีขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัท โดยสมาชิกทุกคนมีคุณสมบัติเป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือโดยกฎเกณฑ์ ประกาศ ข้อบังคับ หรือระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือของคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์หรือของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย           ปัจจุบัน บริษัท ควอลลีเทค จำกัด (มหาชน) ยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการเป็นคณะกรรมการชุดย่อย โดยให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้กำกับดูแลงานให้สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่ดีของบริษัทจดทะเบียนให้ครอบคลุมตามข้อกำหนดของแต่ละหมวด  โดยมอบหมายให้ฝ่ายจัดการบริหารงานตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการของบริษัทที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด          อย่างไรก็ตามในอนาคตบริษัทฯ อาจสรรหาคณะอนุกรรมการอื่นๆขึ้นมาปฏิบัติงานตามที่ได้รับมอบหมายเพื่อแบ่งเบาภาระการบริหารงานของคณะกรรมการบริษัท

(3)   บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการ         

คณะกรรมการบริษัททำหน้าที่กำหนดนโยบาย วิสัยทัศน์ กลยุทธ์ เป้าหมาย ภารกิจ แผนธุรกิจ และงบประมาณของบริษัท ตลอดจนกำกับดูแลให้ฝ่ายจัดการบริหารงานให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้ อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลภายใต้กรอบของกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัท และมติที่ประชุมผู้ถือหุ้น  โดยคณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มี

นโยบายในการกำกับดูแลกิจการ

 คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีนโยบายการกำกับดูแลกิจการเป็นลายลักษณ์อักษร โดยจะจัดให้มีการทบทวนนโยบายและการปฏิบัติตามนโยบายดังกล่าวเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการไม่ละเมิดลิขสิทธิ์

 บริษัท ดำเนินกิจการด้วยการไม่ล่วงละเมิดทรัพย์สินทางปัญหา หรือลิขสิทธิ์ของผู้อื่น โดยได้กำหนดแนวทางปฏิบัติไว้ ดังนี้

• ผลงานที่เกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ถือเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัท

• พนักงานจะต้องใช้ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์ตามที่บริษัทอนุญาตให้ใช้งานได้เท่านั้น เพื่อป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

• การนำผลงานหรือข้อมูลอันเป็นสิทธิของบุคคลภายนอก ที่ได้รับมาหรือที่จะนำมาใช้ภายในบริษัท จะต้องตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่ละเมิดทรัพย์สินทางปัญาของผู้อื่น

• พนักงานจะต้องไม่นำ หรือมีส่วนร่วม หรือรับรู้ในสิ่งที่ขัดต่อกฏหมายอันเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 หรือกฏหมายอื่นที่เกี่ยวข้องเข้ามาใช้ในกิจการของบริษัทฯ

นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น

 บริษัท ดำเนินกิจการโดยใช้กลยุทธ์ในการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โปร่งใส ยึดมั่นคุณภาพที่ดีของบริการเป็นสำคัญ และปฏิบัติงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด ภายใต้ค่านิยมในการดำเนินธุรกิจที่ว่า “ถูกต้อง ปลอดภัย ใส่ใจคุณภาพ” บริษัทจึงตระหนักถึงความสำคัญและมีความมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ  ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการบริษัท จึงได้กำหนดนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นเพื่อประกาศเจตนารมณ์ของบริษัทในการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น และมุ่งหมายให้ทุกคนในองค์กร รวมไปถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทได้มีความเข้าใจเกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่น ภายใต้นโยบายเดียวกัน  

นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชั่นนี้ กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานของบริษัท บริษัทย่อย บริษัทร่วมหรือบริษัทอื่นที่บริษัทมีอำนาจในการควบคุม รวมไปถึงบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ ยึดถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด   ทั้งนี้ได้ทำประกาศเป็นลายลักอักษรให้กับพนักงานทุกท่านได้รับทราบ

จรรยาบรรณธุรกิจ

 บริษัทฯ จัดทำข้อพึงปฏิบัติที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจเพื่อให้คณะกรรมการบริษัท กรรมการตรวจสอบ และผู้ปฏิบัติงานในฝ่ายต่างๆยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบัติ  โดยมีประเด็นหลักในการรักษาความลับของบริษัท  การปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ถูกต้องตามกฎหมาย  การเคารพสิทธิซึ่งกันและกัน  และการดูแลรักษาทรัพยากรทั้งภายในบริษัทฯ และสิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งการให้ความสำคัญกับจริยธรรมในการดำเนินธุรกิจจะทำให้มีการปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต การควบคุมภายในทำได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้นส่งผลให้เกิดความเชื่อมั่นกับตลาดทุนและสร้างความน่าเชื่อถือให้กับนักลงทุน

นโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์

บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับความขัดแย้งทางผลประโยชน์บนหลักการที่ว่า พนักงานทุกคนจะต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัทเท่านั้น การกระทำและการตัดสินใจใดๆ จะต้องปราศจากอิทธิพลของความต้องการของส่วนตัว ของครอบครัว ของญาติพี่น้อง หรือของบุคคลอื่นที่รู้จักส่วนตัวเป็นการเฉพาะ โดยกำหนดนโยบายที่ครอบคลุม 2 เรื่อง คือ

1. รายการที่เกี่ยวโยงกัน :  บริษัทฯ จะพิจารณาความเหมาะสมก่อนที่จะทำรายการที่เกี่ยวโยงกันอย่างรอบคอบทุกรายการ รวมทั้งกำหนดราคาและเงื่อนไขของรายการเกี่ยวโยงกัน เสมือนทำรายการกับบุคคลภายนอก (Arm’s Length Basis)  และมีคณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้พิจารณาความจำเป็นและความสมเหตุสมผลของรายการ  และเมื่อบริษัทฯ หรือบริษัทย่อยได้ทำรายการที่เกี่ยวโยงกันแล้ว หากเป็นรายการตามที่กำหนดใน “ประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่อง การเปิดเผยข้อมูล และการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในรายการที่เกี่ยวโยงกัน พ.ศ. 2546” บริษัทฯ จะดำเนินการตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการ ของประกาศดังกล่าว รวมทั้งเปิดเผยรายการดังกล่าวไว้ในรายงานประจำปี และแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และขจัดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และสถานการณ์อื่นๆที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์

2. สถานการณ์อื่นๆที่ทำให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์  แบ่งออกเป็น

2.1 การลงทุนทั่วไป บริษัทฯ จะไม่ให้บุคลากรของบริษัทฯ ที่เป็นผู้ถือหุ้น หรือได้รับผลประโยชน์จากบริษัทคู่แข่ง หรือผู้ค้า/ผู้ขายที่บริษัทติดต่อธุรกิจด้วย เข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับกิจการดังกล่าว เว้นแต่ได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท

2.2 การรับของขวัญ  บุคลากรทุกระดับไม่ควรรับของขวัญ ตั๋วโดยสาร บัตรชมกีฬา ข้อเสนอเพื่อการพักผ่อน ที่พักรับรอง หรือข้อเสนอที่ให้เป็นการส่วนตัว ฯลฯ หากการกระทำดังกล่าวจะนำไปสู่การสร้างข้อผูกมัดให้กับบริษัทฯ หรือทำให้บริษัทสูญเสียผลประโยชน์

2.3 การรับงานทางวิชาการ งานบริการสาธารณะ เป็นวิทยากร หรือการรับตำแหน่งใด ๆ บุคลากรทุกระดับของบริษัทฯ สามารถขออนุมัติจากผู้อำนวยการฝ่ายตามสายงาน เพื่อรับงานในสถาบันวิชาการ งานบริการสาธารณะ เป็นวิทยากร หรือการรับตำแหน่งใด ๆ เช่น กรรมการบริษัท ที่ปรึกษา ซึ่งจะช่วยขยายวิสัยทัศน์ และประสบการณ์ให้แก่บุคลากรผู้นั้น แต่จะต้องไม่นำเอาบริษัทฯ  หรือตำแหน่งของตนในบริษัทฯ ไปพัวพันกับกิจกรรมที่ทำภายนอก เว้นแต่ได้รับอนุมัติให้ทำเช่นนั้นได้ด้วย

การควบคุมภายในและการบริหารจัดการความเสี่ยง

 บริษัทฯ  จัดให้มีระบบการควบคุมภายในเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนว่าบริษัทจะมีการดำเนินงานที่มีประสิทธิผลและเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับงบการเงิน  โดยบริษัทมีฝ่ายตรวจสอบภายในทำหน้าที่ประเมินความเสี่ยงและทบทวนระบบการควบคุมภายในทุกปี  และแต่งตั้งให้นางวิมล   แซ่ฟุ่ง  ผู้ตรวจสอบภายในของบริษัท  ดำรงตำแหน่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ  และนำเสนอผลการตรวจสอบภายในต่อคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยทุกๆ 3 เดือนคณะกรรมการบริษัท ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการบริหารความเสี่ยงทั้งความเสี่ยงจากปัจจัยภายในและภายนอกที่อาจมีผลกระทบต่อบริษัทฯ โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้สอบทานประสิทธิภาพและความเพียงพอของกระบวนการบริหารความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายใน ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากการประเมินผลการปฏิบัติงานของฝ่ายตรวจสอบภายใน 

(4)   การประชุมคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทมีกำหนดประชุมอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น โดยมีการจัดทำรายงานผลงานเสนอให้คณะกรรมการทราบทุกเดือน เพื่อให้คณะกรรมการสามารถกำกับ ควบคุมและดูแลการปฏิบัติงานของฝ่ายจัดการได้อย่างต่อเนื่องและทันการ โดยจะส่งหนังสือเชิญประชุมให้แก่กรรมการเพื่อพิจารณาก่อนการประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน ก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนเพื่อรักษาสิทธิหรือประโยชน์ของบริษัท โดยกรรมการสามารถร้องขอสารสนเทศที่จำเป็นเพิ่มเติมได้จากเลขานุการบริษัท

ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการจะร่วมกับพิจารณากำหนดวาระการประชุม โดยเปิดโอกาสให้กรรมการแต่ละคนสามารถเสนอเรื่องเข้าสู่วาระการประชุมได้  โดยในบางวาระอาจมีผู้บริหารระดับสูงเข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อให้สารสนเทศในรายละเอียดเพิ่มเติม

(5)   ค่าตอบแทน

บริษัทฯ มีนโยบายกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการและกรรมการตรวจสอบ ให้อยู่ในระดับที่สามารถจูงใจให้สามารถรักษากรรมการที่มีคุณภาพตามที่ต้องการได้ ค่าตอบแทนจะอยู่ในระดับที่เทียบเคียงได้กับกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน และเชื่อมโยงกับผลการดำเนินงานของบริษัทฯ  โดยขออนุมัติค่าตอบแทนของกรรมการในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

ส่วนค่าตอบแทนของกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูง กำหนดให้มีความเหมาะสมกับอำนาจหน้าที่ตามหลักเกณฑ์และนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดและเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท ระดับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน โบนัส และผลตอบแทนจูงใจในระยะยาวสอดคล้องกับผลงานของบริษัทฯ และการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละราย

(6)   การพัฒนากรรมการและผู้บริหารของบริษัท

คณะกรรมการบริษัทส่งเสริมและอำนวยความสะดวกให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่ผู้เกี่ยวข้องในระบบการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ เช่น กรรมการบริษัท กรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร เป็นต้น เพื่อให้มีการปรับปรุงการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการฝึกอบรมและให้ความรู้อาจกระทำเป็นการภายในบริษัทหรือใช้บริการของสถาบันภายนอก

ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงกรรมการใหม่ เลขานุการบริษัทจะจัดให้มีเอกสารข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการใหม่ รวมถึงจัดให้มีการแนะนำลักษณะธุรกิจและแนวทางการดำเนินธุรกิจให้แก่กรรมการใหม่