การทดสอบโดยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบระยะทดสอบปลานกลาง (MRUT) Medium Range Ultrasonic Test (MRUT)

     

 
โพรบทดสอบชนิดนี้อาศัยหลักการของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าในการสร้างคลื่นเสียงความถี่สูงให้เกิดขึ้นในวัสดุหรือชิ้นงานที่ทำการทดสอบ การทดสอบด้วยวิธีการนี้ใช้สำหรับตรวจสอบบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก เพื่อหาตำหนิและรอยบกพร่องเช่น การกัดกร่อน การกัดเซาะ และรอยแตกร้าว ของท่อส่งสารเคมี ท่อก๊าซ ท่อส่งน้ำมัน และถังบรรจุผลิตภัณฑ์ 
 
การทดสอบวิธีนี้ใช้ความถี่ทดสอบสูงกว่าการทดสอบโดยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบระยะทดสอบไกล (Long Range Ultrasonic Test, LRUT) จึงมีข้อได้เปรียบเรื่องความละเอียดในการแยกแยะรอยบกพร่องและมีระยะจุดอับสัญญาณทดสอบที่สั้นกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบโดยคลื่นเสียงความถี่สูงแบบระยะทดสอบไกล
 
การสแกนแบบตามแนวแกนท่อ (MRUT-A)
ใช้โพรบทดสอบสองตัวแยกกัน ตัวหนึ่งเป็นตัวส่งคลื่นเสียงและอีกตัวตัวหนึ่งเป็นตัวรับคลื่นเสียง โดยจะส่งคลื่นเสียงไปรอบๆท่อเพื่อวัดการลดทอนและ/หรือการเปลี่ยนแปลงของความเร็วเสียงที่เกิดการกัดกร่อน การกัดเซาะ และรอยแตกร้าว ในกรณีที่สามารถเข้าถึงด้านบนของท่อ การทดสอบแบบนี้สามารถใช้ตรวจสอบหาการกัดกร่อนบริเวณด้านล่างของท่อในส่วนที่สัมผัสกับบริเวณรองรับท่อได้ (Corrosion under pipe support inspection) 
 
การสแกนแบบตามแนวเส้นรอบวงท่อ (MRUT-C)
ใช้โพรบทดสอบตัวเดียวทำหน้าที่ทั้งส่งคลื่นเสียงและรับคลื่นเสียง ใช้หลักการวัดคลื่นเสียงสะท้อนจากรอยกัดกร่อน รอยกัดเซาะ และรอยแตกร้าว คลื่นเสียงจะถูกส่งออกไปทั้งสองด้านของหัวทดสอบ โดยมีระยะทดสอบครอบคลุมการทดสอบประมาณ 6 เมตร  การทดสอบชนิดนี้เหมาะสำหรับใช้ตรวจสอบบริเวณที่เข้าถึงได้ยาก เช่น การกัดกร่อนบริเวณด้านล่างของท่อในส่วนที่สัมผัสกับบริเวณรองรับท่อ ท่อที่ฝั่งดินหรือท่อที่หุ้มฉนวน และบริเวณใดๆ ก็ตามที่ไม่สามารถเข้าถึงบริเวณที่จะทดสอบได้โดยตรง 
 
ข้อได้เปรียบของ MRUT
  • สามารถใช้ทดสอบบริเวณที่ไม่สามารถเข้าถึงการทดสอบได้โดยตรง เช่น การกัดกร่อนบริเวณด้านล่างของท่อในส่วนที่สัมผัสกับบริเวณรองรับท่อ หรือท่อที่ฝั่งดินและท่อที่หุ้มฉนวน และใช้ทดสอบชิ้นงานที่เป็นแผ่นเรียบก็ได้เช่นกัน
  • ความละเอียดในการแยกแยะรอยบกพร่องดีกว่า LRUT
  • มีระยะจุดอับสัญญาณทดสอบที่สั้นกว่า LRUT
 

     

THE ADVANTAGE OF MRUT
INSPECTION NEAR SUPPORTS, FLANGES, BRANCHES, PLATE, TANK OTHER STRUCTURES   
 
The MRUT uses medium-range guided waves with a typical inspection to detect corrosion, cracks and discontinuities on tubes, gas lines, oil pipelines and storage tanks.
 
The system uses Electro Magnetic Acoustic Transducer (EMAT) technology to perform fast scanning on exposed tubes and tanks as well as inspections of inaccessible areas from a fixed position. With the use of higher frequencies and a shorter range, this technique detects isolated pitting and wall loss with up to 10 times better resolution than Long Range UT systems with minimal dead zone.
 
 
Axial Scanning (MRUT-A)
Separate transmitter and receiver in through-transmission configuration send sound around the tube or across a plate to measure attenuation and/or velocity changes in the signal due to corrosion, cracks or other defects. Ideal for inspection under supports when the top of the tube is accessible or to inspect large spans of exposed pipe or tank walls at speeds up to 150 mm/s. The hand-held instruments are designed to be used with permanent magnet sensors.
 
Circumferential Scanning (MRUT-C)
Single sensors send guided waves along a tube or a plate and measure reflections from any corrosion and defects up to 6 m in both side of the sensors. Ideal for inspection of pipes under supports, air-to-soil interfaces and any tubes and plates where there is no direct access to the area inspected. The equipment uses Shear Horizontal guided wave modes, including a new patent-pending magnetostrictive scanner.