การทดสอบเชิงกล Metallurgical Testing Laboratory

1. การทดสอบเชิงกล

คุณสมบัติเชิงกลของวัสดุ เช่น ความเค้น ความแกร่ง ความแข็ง จะถูกประยุกต์ใช้ตามการใช้งาน ซึ่งต้องการการทดสอบที่เหมาะสม ตามมาตรฐานสากล เพื่อมั่นใจในการใช้งาน ว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย และถูกต้องตามการออกแบบ

1.1 การทดสอบความต้านแรงดึง

ห้องปฏิบัติการทดสอบจะมีขั้นตอนการใช้มาตรฐาน เช่น ASTM, ASME, ISO เพื่อทดสอบโดยออกแรงดึงวัสดุ และใช้ผลการทดสอบ ไปคำนวนค่าลักษณะเฉพาะของวัสดุ เช่น ความเค้นแรงดึงสูงสุด และค่าความเค้น ณ จุดคราก เป็นต้น 

                    

1.2 การทดสอบการดัดโค้ง

ในการทดสอบการดัดโค้งจะสามารถเห็นรอยแตก, ความไม่ต่อเนื่องบนพื้นผิววัสดุ ซึ่งในบางกรณีจะไม่สามารถพบจุดบกพร่องเหล่านี้หากไม่ได้ใช้แรงดัดให้โค้งวัสดุ

                       

1.3 การทดสอบแรงกระแทกแบบ Charpy-V Notch

การทดสอบแรงกระแทกแบบ Charpy-V Notch เป็นการทดสอบเพื่อหาค่าความแกร่งที่ใช้งานกันทั่วไปในการทดสอบวัสดุ ใช้ระยะเวลาทดสอบสั้นและมีราคาไม่สูง สามารถให้บริการทดสอบได้ตั้งแต่ อุณหภูมิห้อง จนถึงอุณหภูมิ -60 องศาเซลเซียส และยังสามารถทดสอบได้ที่ -196 องศาเซลเซียส (โดยการใช้ไนโตรเจนเหลว)

                 

1.4 การทดสอบค่าความแข็ง

การทดสอบความแข็งคือการต้านหัวกด สามารถวิเคราะห์ได้โดยขนาดของรอยกด

ห้องปฏิบัติการ สามารถให้บริการทดสอบค่าความแข็งของวัสดุได้ 3 วิธี

1.4.1  การทดสอบความแข็งแบบ Rockwell

          การทดสอบความแข็งแบบ Rockwell เป็นการทดสอบที่ใช้กันแพร่หลายในอุตสาหกรรมต่างๆ โดยมีหัวกดเพชรและหัวกดโลหะแข็งทรงกลมตามมาตรฐานการทดสอบ
          ไว้ให้บริการ

                                

1.4.2  การทดสอบความแข็งแบบ Brinell

          การทดสอบความแข็งแบบ Brinellใช้หัวกดโลหะแข็งทรงกลมกดลงบนพื้นที่ที่สนใจ จากนั้นวัดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเพื่อคำนวนหาค่าความแข็ง

                       

1.4.3  การทดสอบความแข็งแบบ Vickers

           การทดสอบความแข็งแบบ Vickers มีการใช้งานในหลายกลุ่มงาน และหลายกลุ่มวัสดุ เช่น การวัดค่าความแข็งแบบ case depth ที่ชิ้นงานผ่านการชุบแข็งมา เป็นต้น

                     

1.5 การทดสอบ Nick break

การทดสอบ Nick break มีวิธีการทดสอบพื้นฐาน คือการนำชิ้นงานมาหักเพื่อดูความสมบูรณ์ของรอยเชื่อม และหาความบกพร่องในเนื้อวัสดุด้วยการตรวจพินิจ

               

 

We help Metal manufacturer/ Importer and their customers to identify products specification by TIS Standard and customers requirement.

There are 5 Main Services:


1. Mechanical Testing
Mechanical properties of material such as strength, toughness, hardness, etc., will be use upon various application, each required test according to appropriate standards to ensure safety and performance of material design.

     1.1. Tensile testing
     Our laboratory will determines how your sample react to applied force, according to ASME, ASTM, ISO and other industrial specification. The result will be used to evaluate your material characteristic, such as Ultimate Tensile Strength, Yield Strength.

                   

     1.2. Guided-Bend testing
     In Guided-bend testing, we can visually inspect for discontinuities. That may not be visible until the sample is put under load.

                    

     1.3. Charpy-Impact testing
     Charpy impact test is the most common method to determine a material’s toughness at many temperature specification, where it is a fast and economical test. Temperature range from 30 to -60 degree Celsius, and -196 degree Celsius (using liquid Nitrogen).

                  

     1.4. Hardness testing
     Hardness is defined as the resistance to indentation, and it is determined by
measuring the permanent depth of the indentation. The smaller the indentation, the harder the material.

     QLT’s Laboratory can provide 3 types of hardness test method.

          1.4.1. Rockwell hardness testing
          The Rockwell hardness test method, as defined in ASTM E-18, is the most commonly used hardness test method.

                        
          1.4.2. Brinell hardness testing
          The Brinell method applies a predetermined test load (F) to a carbide ball of fixed diameter. The resulting impression is measured, and then converted to a
     Brinell hardness number.

             
          1.4.3. Vickers hardness testing
          Vickers test is useful for a variety of applications such as measuring the depth of case hardening. It is very useful for testing on a wide type of materials as      long as test samples are carefully prepared.

             

     1.5. Nick break testing
     Nick break testing principle is quite simple, you take a sample, partially cut through it, and then break the remainder off. Various defects can be seen inside the weld by visual inspection